วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 ดูดวงประจำวัน คลิกที่นี่

ลอยกระทงปี 2558 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ มาอัพเดทกัน

โพสต์เมื่อ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 16:36:45



10 เกร็ดน่ารู้..วันลอยกระทง 2558
 ลอยกระทงปี 2558 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ เกร็ดน่ารู้มีอะไรบ้าง มาอัพเดทกัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          วันลอยกระทง 2558 ประเพณีไทย ๆ ที่มีขึ้นทุกวันเพ็ญเดือนสิบสอง ปีนี้วันลอยกระทง 2558 ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน แต่ก่อนจะไปลอยกระทงเราไปอ่านเกร็ดน่ารู้กันหน่อยดีกว่า

          เรารู้จักประเพณีลอยกระทงกันมายาวนาน แต่บางคนก็อาจจะยังไม่รู้ที่มาที่ไปของประเพณีกันสักเท่าไรนัก ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งวันสำคัญ ของไทย อย่าง วันลอยกระทง กันค่ะ สำหรับประเพณีลอยกระทงนั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่ามีการสืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งมีการเรียกประเพณีลอยกระทงว่า "พิธีจองเปรียญ" หรือ "การลอยพระประทีป" ในช่วงรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงนั่นเอง

วันลอยกระทง 2558 ตรงกับวันอะไร

          วันลอยกระทงปีนี้ ตรงกับ วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2558 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปีมะแม)

วันลอยกระทงข้าราชการ ธนาคารหยุดไหม

          เนื่องจากวันลอยกระทง ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ดังนั้นราชการและธนาคาร รวมถึงบริษัทเอกชน จึงไม่จำเป็นต้องหยุดงานในวันลอยกระทง

ความสําคัญของวันลอยกระทง

          วันลอยกระทง ของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือถ้าเป็นปฏิทินจันทรคติล้านนาจะตรงกับเดือนยี่ และหากเป็นปฏิทินสุริยะคติจะประมาณเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว และอยู่ในช่วงน้ำหลาก จึงอากาศเย็นสบาย มีน้ำขึ้นเต็มฝั่ง อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ ยังเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง ที่ส่องแสงลงมากระทบสายน้ำได้ภาพที่งดงามและเหมาะกับจัดงานวันลอยกระทงขึ้น ในยามค่ำคืน โดยมักจะมีการทำกระทง และกิจกรรมประกวดนางนพมาศ ซึ่งเป็นสีสันของวันลอยกระทงด้วย



ตำนานและความเชื่อวันลอยกระทง

1. ตำนานลอยกระทงจากนิทานชาวบ้าน เรื่องกาเผือก

          เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ มีกาเผือกผัว-เมีย ทำรังอยู่บนต้นไม้ในป่าหิมพานต์ใกล้ ฝั่งแม่น้ำ วันหนึ่งกาตัวผู้ออกไปหาอาหาร เกิดพายุซัดแม่กาที่กำลังกกไข่ 5 ฟอง กระเด็นไปคนละทิศละทาง ไข่ทั้ง 5 ฟองตกลงน้ำ เมื่อแม่กาย้อนกลับมาไม่เห็นฟองไข่ จึงร้องไห้จนขาดใจตายไปเกิดเป็น ท้าวพกาพรหม อยู่ในพรหมโลก

          ด้านฟองไข่ทั้ง 5 ลอยน้ำไปคนละทิศคนละทาง จนกระทั่งแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และแม่ราชสีห์ มาพบเข้าและนำไปรักษาไว้ตัวละ 1 ฟอง พอถึงกำหนดฟักกลับกลายเป็นมนุษย์ทั้งหมด โดยกุมารทั้ง 5 มีนามว่า กกุสันโธ (วงศ์ไก่), โกนาคมโน (วงศ์นาค), กัสสโป (วงศ์เต่า), โคตโม (วงศ์โค) และเมตเตยโย (วงศ์ราชสีห์) ต่อมากุมารทั้ง 5 ขอลาไปบวชเป็นฤาษี และทั้ง 5 คน ได้มีโอกาสพบปะกันจึงทราบว่าเป็นพี่-น้องกัน

          จากนั้นทั้งหมดได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าต่อไปจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าขอให้ร้อนไปถึงมารดา และด้วยแรงอธิษฐานของทั้ง 5 ท้าวพกาพรหมจึงเสด็จมาจากเทวโลกจำแลงองค์เป็นกาเผือก แล้วเล่าเรื่องราวให้ฟัง พร้อมบอกว่าถ้าคิดถึงมารดาเมื่อถึง วันเพ็ญเดือน 11 เดือน 12 ให้เอาด้ายดิบผูกไม้ตีนกาปักธูปเทียนบูชาลอยกระทงในแม่น้ำ แสดงความคิดถึง ตั้งแต่นั้นมาจึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาท้าวพกาพรหมแล้วเพื่อบูชารอยพระบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที

2. ตำนานลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท

          ครั้งหนึ่งพญานาคได้ทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์เตรียมเสด็จกลับ พญานาคจึงได้ทูลขออนุสาวรีย์ไว้สำหรับกราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้ลอยกระทงเพื่อสักการบูชา ซึ่งแม่น้ำดังกล่าวเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำเนรพุท

3. ตำนานลอยกระทงเพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก

          เล่ากันว่า เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ได้เสด็จออกบวชจนได้บรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้เสด็จไปจำพรรษา อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาธรรมโปรดพระพุทธมารดา จากนั้นพระองค์ได้เสด็จกลับโลกมนุษย์ เหล่าทวยเทพและมนุษย์จึงได้พร้อมใจกันทำการสักการบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย หรือการลอยกระทง เพื่อเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับจากดาวดึงส์

4. ตำนานลอยกระทงเพื่อบูชาพระนารายณ์บรรทมสินธุ์

          พิธีการลอยกระทงตามคติพราหมณ์ ซึ่งกระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า คือ พระนารายณ์ที่บรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร นิยมทำพิธีการลอยกระทงกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็น 2 ระยะ ซึ่งจะทำในกำหนดใดก็ได้

5. ตำนานลอยกระทงเพื่อบูชาพระอุปคุตต์

          พระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงมีพระราชประสงค์จะนำพระบรมสารีริกธาตุของสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปบรรจุในพระมหาสถูปองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาให้ปาฎลีบุตร และยังต้องการให้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นเวลา 7 ปี 7 เดือน 7 วัน แต่เกรงว่าจะมีพญามารมารังควาญ พระอุปคุตต์ที่จำศีลอยู่ในสะดือทะเล เป็นเพียงคนเดียวที่ปราบพญามารจนสำนึกตัวและหันมายึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่ พึ่ง จากนั้นพระอุปคุตต์ก็กลับไปจำศีลในสะดือทะเลตามเดิม จึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาพระอุปคุตต์ หรือคนไทยเรียกว่า พระบัวเข็ม

6. ตำนานลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี

          เล่ากันว่า เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ ด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันทะ มหาดเล็กผู้ตามเสด็จ พอถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานทีก็ขี่ม้ากระโจนข้ามแม่น้ำไป แล้วเสด็จลงประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาด ตรัสให้นายฉันทะนำเครื่องประดับและ ม้ากัณฐกะกลับพระนคร และทรงตั้งพระทัยปรารภจะบรรพชา โดยเปล่งวาจา "สาธุ โข ปพฺพชฺชา" จากนั้นทรงตัดพระเมาลี แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ พระอินทร์ได้นำผอบทองมารองรับพระเมาลีไว้ และนำไปบรรจุยังพระจุฬามณีเจดีย์สถานในเทวโลก ทำให้การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอริยเมตไตรยด้วย

7. ความเชื่อว่าเป็นการขอบคุณพระแม่คงคา

          มีความเชื่อกันว่าการลอยกระทง เปรียบเสมือนการขอบคุณและขอขมาต่อพระแม่คงคา ซึ่งเหมือนมารดาแห่งสายน้ำ ที่ช่วยให้สิ่งมีชีวิตได้อยู่รอดเรื่อยมา อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของน้ำที่เราใช้ดำรงชีวิตด้วย

8. ความเชื่อว่าเป็นกระสะเดาะเคราะห์

          อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าการ ลอยกระทง คือการสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศก โรคภัย ไปกับกระทง จะได้หายเจ็บหายไข้ และปล่อยความทุกข์ทิ้งไปจากใจ คล้ายประเพณีลอยบาปของพราหมณ์

9. ความเชื่อว่าเป็นการรักษาขนบธรรมเนียม

          เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยแต่ดั้งเดิม อีกทั้งยังเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแข่งกันประดิษฐ์กระทงโดยใช้ วัตถุดิบจากธรรมชาติ รักษาภูมิปัญญาชาวบ้านได้ด้วย



ประเพณีลอยกระทงภาคต่าง ๆ

          ในประเทศไทย ภาคต่าง ๆ มักจะจัดงานลอยกระทงแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมดั้งเดิมของภาคนั้น ๆ ซึ่งแต่ละภาคมีเอกลักษณ์ในการจัดงานวันลอยกระทง ดังนี้

วันลอยกระทง กรุงเทพมหานคร

          มักจะจัดงานลอยกระทงกันตามที่ต่าง ๆ ที่มีแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือสระน้ำ แต่ที่โด่งดังและเป็นเอกลักษณ์ก็คือ งานภูเขาทอง โดยจะจัดขึ้นที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยจะจัดงานประมาณ 7-10 วัน

วันลอยกระทง ภาคเหนือ (ตอนบน)

          เรียกกันว่าประเพณี "ยี่เป็ง" หมายถึงการทำบุญในเดือนยี่ (ตรงกับเดือนสิบสองในแบบไทย) และประดิษฐ์โคมลอย เรียกว่า "ว่าวฮม" หรือ "ว่าวควัน" เพื่อปล่อยให้ลอยขึ้นไปในอากาศ เป็นการบูชาพระอุปคุตต์

วันลอยกระทง จังหวัดตาก

          จะประดิษฐ์กระทงขนาดเล็ก แล้วปล่อยลอยไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เรียงรายเป็นสาย เรียกว่า "กระทงสาย"

วันลอยกระทง จังหวัดสุโขทัย

          หรือประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จำลองบรรยากาศงานมาจากงานลอยกระทงสมัยกรุงสุโขทัย มีทั้งการจัดขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล และไฟพะเนียง

วันลอยกระทง ภาคอีสาน

          คนอีสานจะเรียกว่า เทศกาลไหลเรือไฟ มักจัดอย่างยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำโขง จ.นครพนม นำหยวกกล้วย หรือวัสดุต่าง ๆ มาตกแต่งเรือ และประดับไฟอย่างสวยงาม แล้วปล่อยให้กระทงสวย ๆ ไหลไปตามแม่น้ำโขง

วันลอยกระทง ภาคใต้

          มีการจัดงานลอยกระทงในหลาย ๆ จังหวัด เช่น อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีงานยิ่งใหญ่ทุกปี



คําอธิษฐานวันลอยกระทง

          มะ ยัง อิมินา ปะทีเปนะ อะสุกายะ นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน ฐิตัง มุนิโน ปาทะวะลัญชัง อะภิปูเชมะ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะลัญชัสสะ ปูชา อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ

          ... ด้วยประทีปนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมบูชารอยพระพุทธบาทของพระศรีศากยมุนี อันประดิษฐานอยู่ ณ หาดทราย แห่งนัมมทานทีอันไกลโพ้น ขอให้การบูชารอยพระพุทธบาทด้วยประทีปนี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ และประโยชน์สุขแก่ข้าพเจ้าสิ้นกาลนานเทอญ

คําขอขมาพระแม่คงคา วันลอยกระทง

          สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต

          ข้า แต่คงคา ลูกขอวันทา ด้วยประทีปกระทง พระแม่คงคา มีความเมตตา ต่อลูกสูงส่ง คือน้ำในกาย สามส่วนมั่นคง กายจึงยืนยง ชุ่มชื่นยืนนาน พระแม่คงคา กำเนิดจากฟ้า โปรยปรายลงมา เป็นกระแสธาร เกิดเป็นแม่น้ำ หลายนามขนาน ปิง, วัง, ยม, น่าน คือเจ้าพระยา ท่าจีน, ตาปี นครชัยศรี โขง, ชี, มูล, ละหาร ห้วยหนองคลองบึง จนถึงแก่งกว๊าน น้ำใต้บาดาล อีกทั้งประปา ลูกลูกทั้งหลาย เดินทางขายค้า สำเร็จกิจจา คมนาคม นำมากินใช้ ได้ดั่งอารมณ์ ยามร้อนประพรม ชุ่มชื่นกายใจ ชำระมลทิน โสโครกทั้งสิ้น สะอาดสดใส ผุดผ่องพราวตา แลเลิศวิไล แม่น้ำรับไว้ สกปรกโสมม น้ำเสียเรือนชาน ซักผ้าล้างจาน เททิ้งทับถม ไหลลงคงคา ธาราระทม สารพิษสะสม เน่าคลุ้งฟุ้งไป วันนี้วันเพ็ญ พระจันทร์ลอยเด่น เป็นศุภสมัย ลูกจัดกระทง ประสงค์จงใจ นำมากราบไหว้ พระแม่คงคา เทวาทรงฤทธิ์ ซึ่งสิงสถิต ทุกสายธารา ทั้งผีพรายน้ำ อย่าซ้ำโกรธา ลูกขอขมา อโหสิกรรม ทำกิจใดใด อุทกภัย อย่าได้เติมซ้ำ อย่าพบวิบัติ ข้องขัดระกำ อย่าให้ชอกช้ำ น้ำท่วมพสุธา อย่าให้สินทรัพย์ ต้องพลันย่อยยับ เพราะสายธารา อย่าให้ชีวิต ต้องปลิดชีวา พระแม่คงคา รับขมาลูก เทอญ




กิจกรรมวันลอยกระทง

          เนื่องด้วยวันลอยกระทง เป็นงานรื่นเริงจึงมักมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ซึ่งกิจกรรมสำคัญ ๆ ที่ทำกันเป็นประจำทุกปี ได้แก่

          การประกวดนางนพมาศ

          การประกวดกระทงสวยงาม

          การละเล่นพื้นบ้าน

          หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามประเพณีของแต่ละภาค



ประวัตินางนพมาศ

          นาง นพมาศ หรือมีชื่อว่า เรวดี นพมาศ เกิดในรัชกาลพญาเลอไท กษัตริย์ที่ 4 แห่งราชวงศ์พระร่วง โดยนางนพมาศเป็นธิดาของ พระศรีมโหสถ พราหมณ์ปุโรหิตในสมัยพระยาเลอไท กับนางเรวดี โดย นางนพมาศ มีรูปสมบัติและคุณสมบัติที่งดงาม มีความรู้ทางอักษรศาสตร์ พุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ การช่างของสตรี ตลอดจนการขับร้องดนตรี ทั้งนี้มีการสันนิษฐานว่า นางนพมาศ ได้ถวายตัวเข้ารับราชการในสมัยพระยาลิไท ในยุคสุโขทัย และเป็นที่โปรดปรานจนได้เป็นสนมเอก ตำแหน่ง ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ และได้สมญานามว่า "กวีหญิงคนแรกของไทย" เพราะเป็นบุคคลที่ฉลาดและถ่อมตัวเป็นอย่างยิ่ง

          โดย นางนพมาศ ได้ทำคุณงามความดีสำคัญ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระร่วงอยู่ 3 ครั้ง คือ

          ครั้งที่ 1 หลังจากถวายตัวอยู่ในวังได้ 5 วัน ก็ถึงพระราชพิธีลอยพระประทีป (ลอยกระทง) นางนพมาศ ประดิษฐ์โคมลอยรูปดอกกระมุท (ดอกบัว) มีนกเกาะดอกไม้สีสวย ๆ ต่างกัน เป็นที่โปรดปรานมาก

          ครั้งที่ 2 ในเดือนห้า มีพิธีคเชนทร์ศวสนาน เป็นพิธีชุมนุมข้าราชการทุกหัวเมือง มีเจ้าประเทศราชขึ้นเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการด้วย นางนพมาศได้คิดประดิษฐ์พานหมากสองชั้นร้อยกรองด้วยดอกไม้งดงาม เพื่อให้พระเจ้าแผ่นดินทรงรับแขกด้วยเครื่องหมากพลู พระร่วงทรงโปรดปรานและรับสั่งให้ใช้พานหมากรูปแบบนี้ในงานมงคลและพิธีสำคัญ จึงเป็นที่มาของพานขันหมากแต่งงาน ที่ยังใช้กันมาจนปัจจุบัน

          ครั้ง ที่ 3 เพื่อใช้บูชาพระรัตนตรัย นางนพมาศ ได้ประดิษฐ์พนมดอกไม้กอบัวขึ้น เพื่อถวายพระร่วง จนเป็นที่พอพระทัยมาก ตรัสว่าแต่นี้ต่อไปเวลามีพิธีเข้าพรรษาจะต้องบูชาด้วยพนมดอกไม้กอบัวแบบนี้


          ซึ่งในความเกี่ยวข้องของ นางนพมาศ กับการลอยพระประทีป รวมถึงการประดิษฐ์ดอกไม้สวยงาม ทำให้นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ กลายเป็นต้นแบบในการประกวดนางนพมาศทุกวันลอยกระทงนั่นเอง



เพลงลอยกระทง (แต่งโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน พ.ศ. 2498)

          วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง

          เราทั้งหลายชายหญิง

          สนุกกันจริง วันลอยกระทง

          ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง

          ลอยกระทงกันแล้ว

          ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

          รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง

          บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ




แชร์ให้เพื่อนใน facebook
Kapook แอพแรกที่คุณเลือก

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

อ่านความคิดเห็นทั้งหมด คลิกที่นี่